ดาวเด่นยูโร ( EURO2020 )ที่ชื่อไม่ดัง แต่ผลงานปังมาก!!

ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือที่รู้จักกันในชื่อย่อว่า “ยูโร 2020” วันนี้ 168kickoff.com จะพาไปดู ดาวเด่นยูโร ที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักว่ามีใครกันบ้าง สำรับ EURO2020 เดินทางมาถึงรอบรองชนะเลิศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดย 4 ทีมที่ผ่านเข้ามานั้น ประกอบไปด้วย สเปน, อิตาลี, เดนมาร์ก และ อังกฤษ

ดาวเด่นยูโร บอลยูฟ่า

ซึ่งเชื่อได้เลยว่าบรรดาสาวกลูกหนังทั่วโลกจะต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษอย่างแน่นอน เนื่องจากเป็นทัวร์นาเมนต์ที่คับคั่งไปด้วยผู้เล่นดาวดังมากมาย ที่ต่างพยายามอย่างเต็มความสามารถ เพื่อคว้าถ้วยแชมป์ยูโร2020กลับไปประประดับตู้โชว์ประเทศบ้านเกิด

แต่นอกเหนือจากผู้เล่นเด่นของฟุตบอลแต่ละทีมแล้ว เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของบอลทัวร์นาเมนต์นั้นก็คือ มันสามารถเกิดอะไรขึ้นก็ได้ ผู้เล่นชื่อดังที่กร่ำศึกจากสโมสรมาอย่างยาวนานก็อาจจะทำผลงานได้ไม่ดีตามที่คาดหวัง

ซึ่งในทางกลับกันผู้เล่นที่แฟนบอลไม่คุ้นชื่อ ไม่คุ้นหน้ากับทำผลงานได้อย่างโดดเด่นสะดุดตา อาจจะสามารถแจ้งเกิดได้ซะงั้น ดังนั้นเพื่อให้พลาดทุกความมันในศึกยูโร 2020 เราจึงได้รวบรวมดาวเด่นยูโรที่ชื่อไม่ดัง แต่ผลงานปังมากมาฝากกัน!!

  • คัลวิน ฟิลลิปส์ : (อังกฤษ: Kalvin Phillips; เกิด 2 ธันวาคม ค.ศ. 1995)

ในเกมที่อังกฤษ พบ โครเอเชีย ทำให้สาวกลูกหนังทั่วโลกได้รู้จักกองกลางลูกหม้อจาก ลีดส์ยูไนเต็ด (อังกฤษ: Leeds United Football Club) ชายผู้ที่มีชื่อว่า คัลวิน ฟิลลิปส์ เจ้าของฉายา “ปีร์โล่ แห่งยอร์คเชียร์” โดยกองกลางทีมชาติอังกฤษรายนี้เพิ่งจะมีประสบการณ์การเล่นให้กับทีมชาติไม่ถึง 10 นัด และยูโร 2020 คือ เมเจอร์ทัวร์นาเมนต์แรกในชีวิตของเขา

แต่ฟิลลิปส์ กลับสามารถสร้างผลงานได้อย่างโดดเด่นในการบดบี้กับกองกลางเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์อย่าง ลูก้า โมดริช  (โครเอเชีย: Luka Modrić; เกิดวันที่ 9 กันยายน ค.ศ. 1985) นอกจากนี้เขายังสามารถขับเคลื่อนเกมได้ด้วยตนเองอีกด้วย จนนำไปสู่การแอสซิสต์ให้สเตอร์ลิงหลุดเข้าไปยิงประตูชัยให้อังกฤษเก็บ 3 แต้มในเกมเปิดหัวยูโร ซึ่งถ้าหากเขายังทำผลงานได้โดดเด่น แบบนี้รับรองได้เลยว่าซัมเมอร์นี้เขาต้องเนื้อหอมสุดๆ

  • แพทริค ชิค : สาธารณรัฐเช็ก (เช็ก: Patrik Schick ; เกิดวันที่ 24 มกราคม ค.ศ. 1996)

แพทริค ชิค กองหน้าฟอร์มฮอตของสาธารณรัฐเช็ก กลายเป็นนักเตะที่แจ้งเกิดในเวทีฟุตบอลยูโร 2020 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะเขาได้สร้างผลงานสุดแสนมหัศจรรย์เอาไว้ในเกมที่เช็กบุกไปชนะสกอตแลนด์ 2-0 ซึ่งเขาคือคนที่เหมาคนเดียว 2 ประตู

โดยหนึ่งในลูกยิงของเขาเป็นที่กล่าวขานอย่างมากว่าอาจจะเป็น “ประตูประจำทัวร์นาเมนต์” หรือบางทีอาจจะเป็น “ประตูที่สวยที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลยูโร” เลยก็ว่าได้ เพราะเขาซัลโวจากบริเวณครึ่งสนามในระยะ 49.7 หลา ลูกพุ่งย้อยเข้าประตูไปอย่างสวยสดงดงาม และถึงแม้สาธารณรัฐเช็คจะตกรอบไปด้วยฝีเท้าของเดนมาร์ก แต่ว่าฟอร์มดีขนาดนี้ยังไงหัวกะไดไม่แห้งอย่างแน่นอน

  • เดนเซล ดัมฟรีส์ : ( เนเธอร์แลนด์ ,Denzel Dumfries)

นาทีนี้คงไม่ไม่ใครไม่รู้จักแบ็คขวาฟอร์มเก่งจากทัพอัศวินสีส้ม เนเธอร์แลนด์ อย่าง เดนเซล ดัมฟรีส์ จากค่ายพีเอสวี ไอนด์โฮเฟน อีกแล้ว โดยเฉพาะใน 2 นัดแรกที่เขาโชว์ฝีเท้าได้อย่างโดดเด่นและจัดจ้านเป็นอย่างมาก ด้วยการจากการยิงไป 2 ประตู และมีส่วนเรียกจุดโทษให้กับทีม 1 ครั้ง ช่วยให้ทัพอัศวินสีส้มทะทานเข้ามาจนถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย

คาดว่าหลังจบศึกยูโรในครั้งนี้เอเย่นต์ส่วนตัวอย่างของเขาอย่าง มิโน่ ไรโอล่า คงจะต้องรับโทรศัพท์จนไม่ว่างทำอย่างอื่นเป็นแน่ ซึ่งที่ผ่านมามีเพียง เอฟเวอร์ตัน สโมสรจากพรีเมียร์ลีกเท่านั้นที่ให้ความสนใจ แต่อย่างไรก็ตามการจะคว้าตัว ดัมฟรีส์ ไปค้าแข้งยังถิ่นกูดิสัน พาร์ค คงไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว เพราะนาทีนี้ไม่มีใครไม่รู้จักเขา!!!

  • แคสเปอร์ โดลเบิร์ก : เดนมาร์ก

ในเกมที่ เดนมาร์ก เปิดบ้านถล่ม เวลส์ 4-0 นักเตะตัวรุกที่โดดเด่นที่สุดในเกมคงจะหนีไม่พ้นกองหน้าวัย 23 ปี อย่าง แคสเปอร์ โดลเบิร์ก ที่ได้รับโอกาสลงเป็นตัวจริงแทนที่ ยุสซุฟ โพลเซ่น กองหน้ารุ่นพี่ที่มีอาการบาดเจ็บรบกวน ถึงแม้ว่าเขาจะติดทีมมาโดยไม่ใช้ตัวเลือกลำดับแรก

แต่เมื่อได้รับโอกาสเขาก็สามารถโชว์ฟอร์มได้เหนือความคาดหมาย จนกลายเป็นแข้งระดับซูเปอร์สตาร์คนใหม่ของทัพโคนมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยการเป็นคนยิงประตูเบิกร่อง 2 ประตูให้ทัพโคนมขึ้นนำทัพมังกรแดง และท้ายที่สุดเดนมาร์กก็สร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จในรอบ 17 ปี บางทีทีมม้านอกสายตาอย่างเดนมาร์กอาจจะสามารถสร้าง “เทพนิยายเดนส์” ได้อีกครั้ง เพราะมีอาวุธในแนวรุกที่ชื่อ “โดลเบิร์ก”

  • บิลลี่ กิลมอร์ : (สกอตแลนด์: Billy Gilmour เกิดวันที่ 11 มิถุนายน ค.ศ. 2001)

สำหรับใครเป็นแฟนบอลเชลซีคงจะเคยได้ยินชื่อกองกลางดาวรุ่งอย่าง บิลลี่ กิลมอร์ อย่างแน่นอน ซึ่งในเกมที่ อังกฤษ เปิดเวมบลีย์ สเตเดียมเสมอกับ สกอตแลนด์ แบบไร้สกอร์ 0-0 นั้นมิดฟิลด์เลือดวิสกี้ถูกส่งลงประเดิมสนามเป็นตัวจริงแบบไม่คาดคิด แต่เขากลับทำผลงานได้อย่างโดดเด่นจนคว้ารางวัลแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ไปครองตั้งแต่ครั้งแรกที่ประเดิมสนาม

แม้ว่าในสนามวันนั้นจะเต็มไปด้วยแข้งระดับซูเปอร์สตาร์มากมาย ซึ่งการลงสนามในนัดดังกล่าวทำให้กองกลางวัย 20 ปี จากค่ายสิงห์บลูกลายเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดของสกอตแลนด์ที่ลงเล่นทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์ด้วยวัยเพียง 20 ปี 7 วัน นอกจากนั้น “บีบีซี” สื่อจากเมืองผู้ดียังยกให้เขาเป็น “ก็องเตแห่งสกอตแลนด์” อีกด้วย

ผ่านไปแล้วสำหรับ ดาวเด่นยูโร ( EURO2020 ) ที่ทำผลงานในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป เพียงแค่ชั่วข้ามคืนเขาเหล่านี้ก็ได้แจ้งเกิด และมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก จากที่นักเตะเหล่านี้ไม่ได้เป็นดาวเด่นของทีมเลย มันทำให้ชะตาชีวิตของเขาเหล่านี้ เปลี่ยนไปอย่างมากหลังจากจบการแข่งขันไป

มันทำให้เรารู้ว่าไม่มีอะไรแน่นอนเลยสำหรับชีวิตของคนเรา จากนี้ไปก็เหลืออีก 4 ทีมสุดท้ายที่จะเข้าไปชิงชัยว่าใครจะได้ถ้วย ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป2020 ในครั้งนี้ไปครอง วันที่ 6 เวลา ตีสอง อิตาลี ปะทะ สเปน,วันที่ 6 อังกฤษ ปะทะ เดนมาร์ค ใครจะได้แชมป์ไปครอง ไปลุ้นกันได้เลยครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published.